Examination
# แนวข้อสอบ PAT2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ ชุดที่ 1
```
https://math.meta.stackexchange.com/questions/5020/mathjax-basic-tutorial-and-quick-reference
```
## 1.
A D และ E เป็นธาตุสมมติ ที่มีการจัดเรียงอิเล็กตรอนใน orbital ดังต่อไปนี้
A: 1s2 2s2 2p1
D: 1s2 2s1
E: 1s1
ข้อใดถูกเกี่ยวกับสมบัติของธาตุสมมติ A D และ E
* A เป็นธาตุอยู่ในคาบที่ 3, D คาบที่ 2 และ E ในคาบที่ 1
* D เป็นธาตุที่มีขนาดใหญ่กว่า A และ E
* A, D และ E เป็นธาตุที่มีจำนวนอิเล็กตรอนชั้นวงนอกสุด เท่ากับ 1
* A มีพลังงานไอออไนเซชันอันดับที่หนึ่งน้อยกว่า D และ E
* E เป็นธาตุที่มีจำนวนนิวตรอนมากกว่า D และ E
## 2.
คุณสมบัติของสารประกอบของธาตุสมมติ A D E G และ J แสดงดังในตารางต่อไปนี้
| สารประกอบ | รูปร่างโมเลกุล | แรงระหว่างโมเลกุล |
| --------- | ----------- | ----------------
| AJ | เส้นตรง | แรงระหว่างขั้้ว |
| DJ~2~ |มุมงอ |แรงระหว่างขั้ว |
| EJ~3~ |พีระมิฐานสามเหลียม |พันธะไฮโดรเจน |
| GJ~4~ |ทรงสีหน้า |แรงลอนดอน |
เมื่อพิจารณาตารางคุณสมบัติของสารประกอบทั้งหมดแล้ว การวิเคราะห์ธาตุในข้อใดผิด
* A สามารถเป็นธาตุหมู่ที่เจ็ด คาบที่ห้า
* D สามารถเป็นธาตุหมู่ที่หก คาบที่สี่
* E สามารถเป็นธาตุหมู่ที่ห้า คาบที่สาม
* G สามารถเป็นธาตุหมู่ที่สี่ คาบที่สอง
* J สามารถเป็นธาตุไฮโดรเจน
## 3.
สารประกอบออกไซด์กับธาตุสมมติมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
| สารประกอบ | คุณสมบัติ |
|-----------| -------- |
| A~2~O | ทำปฏิกิริยารุนแรงกับน้ำได้สารละลายเบส |
| DO | ทำปฏิกิริยากับน้ำได้สารละลายเบส |
| E~2~O~3~ | มีสถานะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้อง |
| GO~2~ | ละลายน้ำได้ไม่ดี ละลายได้ดีในเบสแก่ |
จากข้อมูลข้างต้น ข้อใดผิด
* ธาตุ A เป็นโลหะ ทำปฏิกิริยารุนแรงกับน้ำได้แก็ซไฮโดรเจน
* สารประกอบคลอไรด์ของ G มีสูตรเป็น GCl4
* สารประกอบไอโอไดล์ DI2 มีมุมพันธะเท่ากับ 180
* สารประกอบโบรไมด์ EBr3 มีรูปร่างเป็นสามเหลี่ยมแบนราบ
* สารประกอบ GO มีพันธะภายในโมเลกุลเป็นโคเวเลนต์พันธะคู่
## 4
พิจารณาคุณสมบัติของธาตุสมมติต่อไปนี้
| ธาตุสมมุติ | คุณสมบัติ
|----------------| ----------------
| A | มีขนาดเล็กที่สุดในหมู่ที่ห้า |
| D | มีจำนวนอิเล็กตรอนในวงนอกสุดเท่ากับ 6 และอยู่คาบที่สอง |
| E | มีค่าอิเล็กโทรเนกาตีวิตีมากที่สุดในตารางธาตุ |
| G | ไม่มีนิวตรอน |
ข้อใดถูกต้อง เกี่ยวกับสารประกอบระหว่างธาตุสมมติจากตารางคุณสมบัติ
* $G_2D$ มีชนิดของแรงระหว่างโมเลกุลเหมือนกับ $DE_2$
* พันธะโคเวเลนต์ของ $D_2$ และ $A_2$ เป็นพันธะสาม
* รูปร่างโมเลกุลของ $AE_2$ เป็นพีระมิดฐานสามเหลี่ยม ส่วน $AG_3$ เป็นสามเหลี่ยมแบนราบ
* แรงระหว่างโมเลกุลของ $GE$ และ $AE_3$ เป็นแรงระหว่างขั้ว
* มุมพันธะของ $AG_3$ มากกว่า $G_2D$
## 5
NH~3~ เป็น แก็สที่ละลายในสารละลายกรดไฮโดรคลอลิก ได้ปฏิกิริยาดังสมการ
NH~3~ (g) + HCI (aq)- -> NH~4~CI (aq)
ถ้านำแก๊ส NH~3~ 5.1 กรัม ทำปฏิกิริยากับ สารละลาย HCI เข้มข้น 0.6 mol/dm^3^ ปริมาณ 500 cm^3^ ถ้าผลร้อยละของปฏิกิริยานี้เป็น 75 มวลของสารผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยานี้กี่กรัม (กำหนดให้มวลอะตอมของ H=1,N=14, CI=35.5)
* 11.8 กรัม
* 26.3 กรัม
* 52.5 กรัม
* 78.5 กรัม
* 105 กรัม
## 6
สารละลายกรด 3 ชนิดคือ HX HY และ HZ มีความเข้มข้น 0.2 โมลาร์ ปริมาตร 20 cm3 นำมาไทเทรตกับสารละลาย NaOH เข้มข้น 0.2 โมลาร์ ครั้งละ 5 cm3 ลงในสารละลายกรดทีละชนิด วัด pH ของสารละลาย แล้วนำมาเขียนเป็นกราฟได้ดังนี้

ข้อใดสรุปถูกต้อง
* ณ จุดยุติสารละลาย HX กับ NaOH มีค่า pH สูงที่สุด
* pH ของจุดยุติของ HZ กับ NaOH มีค่าเท่ากับ 7
* ในการไทไทรต HX HY หรือ HZ กับ NaOH ใช้เมทิลออเรนจ์เป็นอินดิเคเตอร์ได้ (เมทิลออเรนจ์เปลี่ยนสีจากแดงเป็นเหลืองที่ช่วง pH = 3.2-4.4)
* เปรียบเทียบค่า Ka ของกรดทั้งสามได้ดังนี้ HZ > HY > HX
* pH ที่จุดยุติของ HZ, HY และ HX เป็น 7, 9 และ 10 ตามลำดับ
## 7
การใช้อินดิเคเตอร์ในการไทเทรตสารละลายกรดเบสข้อใดถูกต้อง
* 
* 
* 
* 
* 
## 8
การไทเทรตกรดอ่อนพอลิโปรติกกับเบสแก่ได้กราฟดังนี้

กรดอ่อนควรเป็นกรดชนิดใด
* 
* 
* 
* 
* 
## 9
ออกไซด์ของธาตุสมมติ A, D, E, G, J และ L มีสมบัติดังตารางต่อไปนี้

ข้อใดถูกต้อง
* 
* ธาตุ A ทำปฏิกิริยากับน้ำเย็นได้แก๊สที่ติดไฟ
* ธาตุ A ทำปฏิกิริยากับน้ำเย็นได้แก๊สที่ติดไฟ
* A และ D รวมกันได้สารประกอบไอออนิก
* สารประกอบคลอไรด์ของ L ละลายน้ำได้สารละลายที่เป็นกลาง
## 10
กำหนดให้ A, D, E, G และ J เป็นธาตุสมมติ ข้อใดถูกต้อง
* 
* 
* 
* 
* 
# 11
การทดลองใดไม่เหมาะสมกับการทดลองกฎทรงมวล ทั้งนี้ในแต่ละการทดลองมีการชั่งน้ำหนักภาชนะของสารตั้งต้นทุกชนิดและชั่งน้ำหนักภาชนะพร้อมสารที่เกิดหลังจากปฏิกิริยาสิ้นสุด
* 
* 
* 
* 
* 
## 12
ธาตุกัมมันตรังสี Pb-210 มีค่าครึ่งชีวิต 20 ปี ใน พ.ศ. 2500 นายแดงได้นำตัวอย่างของชิ้นส่วนซากสิ่งมีชีวิตที่มี Pb-210 มาวิเคราะห์หาปริมาณรังสีได้ 400 เบ็กเคอเรลต่อกิโลกรัม และได้ทำการบันทึกไว้ต่อมานายดำได้ทำการวิเคราะห์ปริมาณรังสีจากซากสิ่งมีชีวิตนี้อีกครั้งพบว่าได้ 6.25 เบ็กเคอเรลต่อกิโลกรัม อยากทราบว่านายดำทำการวิเคราะห์ใน พ.ศ. ใด
* 2600
* 2601
* 2620
* 2621
* 2622
## 13
กำหนดข้อมูลของแก๊สดังนี้


* 
* 
* 
* 
* 
## 14
กำหนดให้

ข้อใดถูกต้อง
* 
* 
* 
* 
* 
## 15
นักวิจัยกลุ่มหนึ่งได้ทำการทดลองหาอัตราส่วนโดยมวลโมลิบดินัม (Mo) ต่อออกซิเจน (O) ของโมลิบดินัมออกไซด์ 2 ชนิด ได้ผลการทดลองดังกราฟ

จากผลการทดลองนี้ ออกไซด์(I) และออกไซด์(II) ควรเป็นสารข้อใดตามลำดับ
* 
* 
* 
* 
* 
## 16
ข้อมูลความสัมพันธ์กับความดัน (หน่วยบรรยากาศ) กับอุณห๓มิ (เคลวิน) ของแก๊สอาร์กอน (Ar) จำนวน 1 โมล ในภาชนะขนาด 22.4ลิตรวัดความดันลอุณหภูมิได้ดังนี้
* 
* 
* 
* 
* 
* 
## 17
พิจารณาข้อมูลการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสารต่าง ๆ ในปฏิกิริยาเมื่อเวลาผ่านไปดังนี้

จากข้อมูลข้างต้น สมการปฏิกิริยาที่ดุลแล้วเป็นไปตามข้อใด
* A+B
* 2A + 3B
* 3A + 2B
* 3A + 2B
* 4A + 3B
## 18
เมื่อดุลสมการรีดอกซ์ต่อไปนี้ในสารละลายกรด

ก.ผลต่างจำนวนโมลของ H~2~O และ H^+^ เท่ากับ 3
ข.คลอรีนมีเลขซิเดชันลดลง 4 หน่วย
ค.เลขสัมประสิทธิ์นำหน้า As และ HICIO เท่ากับ 4 และ 3 ตามลำดับ
ข้อใดถูกต้อง
* ข้อ 1 และ ข
* ข้อ ข และ ค
* ข้อ ก และ ค
* ข้อ ก เท่านั้น
* ถูกทุกข้อ
## 19
พอลิเมอร์ที่มีสูตรโครงการดังนี้

มอนอเมอร์ของพอลิเมอร์มีสูตรเคมีดังข้อใด
* CH~3~CH(OH)COOH
* HOCH~2~CH~2~COOH
* H~2~C=CHCOOH
* HOOCCH=CHCOOH
* HOOCCH~2~COOH
## 20
การทดลองเตรียมสารฝอกขาว โซเดียมไฮโปคลอไรด์ (NaOCl) ดังภาพด้านล่าง

* เมื่อใช้หยอดหยด หยด (HCI) ลงบน KMoO~4~ จะเกิดผลิตภัณฑ์ที่เป็นของแข็งไม่ละลายน้ำ
* ผลิตภัณฑ์ที่ได้ตัวหนึ่งที่ได้จากการหยด HCI ลงบน KMoO~4~ คือ H~2~O ซึ้งสามารถระเหยไปพร้อมกับ CI~2~
* สารละลาย NaOH ในบีกเกอร์ มีไว้กำจัดผลิตภัณฑ์ CI~2~ ที่มากเกินพอดี
* ผลิตภัณฑ์ที่ได้ตัวหนึ่งที่ได้จากการผ่าน CI~2~ ไปที่ NaOH คือ NaCI
* ผลิตภัณฑ์ของแข็งที่ได้จากการผ่าน CI~2~ ไปที่ NaOH นั้นละลายน้ำได้ทั้งหมด
## 21
เมื่อนำอาหารสี่ชนิดคือ A, B, C และ D มาทดสอบได้ผลดังตาราง

* A
* B
* C
* D
* A และ D
## 22
เมื่อนำไขมันมา 1 โมลทำปฏิกิริยาไฮโดรไลซีสจะได้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมีมวล 944 ดังนี้

กรดไขมันที่เป็นองค์ประกอบควรเป็นกรดไขมันในข้อใด
* C~16~H~33~COOH
* C~13~H~27~COOH
* C~18~H~37~COOH
* C~17~H~35~COOH
* C~17~H~33~COOH
## 23

ปฏิกิริยา Diels-Alder ข้างต้นที่ปฏิกิริยายาที่ใช้สังเคราะห์สารชนิด bicyclic ได้

ถ้าต้องการสังเคราะห์ สารประกอบ A ต้องใช้สารตั้งต้นข้อใด
* 
* 
* 
* 
* 
## 24

การสังเคราะห์สารประกอบชนิด Heterocyclic สามารถสังเคราะห์ได้ โดยใช้สารตั้งต้นที่เป็นคีโตนและไดออล

ถ้าใช้สารตั้งต้น A และ B ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจะได้โครงสร้างข้อใด
* 
* 
* 
* 
* 
## 25

การสังเคราะห์สารประกอบที่มีวงอะโรมาติก 2 วงเชื่อนกันด้วยพันธะ C-C สามารถสังเคราะห์ได้ โดยใช้สารตั้งต้นที่เป็น หมู่แฮโรเจนกรุ๊ปบนวงอโรมาติก

ถ้าใช้สารตั้งต้นเป็น 1, 3, 5-ไตรแฮโรเบนซีน กับ แฮโรเบนซีน ผลิตภัณฑ์ในข้อใดที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้
* 
* 
* 
* 
* 
## 26
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวัฎจักรเครบส์ (Krebs cycle)
* เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นใน แมทริกซ์ ของ ไมโทคอนเดรีย
* เป็นขั้นตอนที่สามารถสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากที่สุดในการหายใจระดับเซลล์
* เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในเยื่อหุ้มชั้นใน (inner membrane) ของไมโทคอนเดรีย
* เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัฏจักรที่ทำให้เกิดกรดซิตริกเป็นผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่ง
* ต้องมีน้ำเข้าไปเกี่ยวข้องกับวัฏจักรนี้เสมอจึงจะเกิดปฏิกิริยาได้อย่างสมบูรณ์
## 27
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ได้มีการค้นพบหอยมรกต แอมฟิโดรมัส อาลติคัล โลซัส (Amphidromus atricallosus) ที่เกาะตาชัย จังหวัดพังงา ที่มีลักษณะแตกต่างจากหอยมรกตที่พบในพื้นที่อื่น ๆ คือมีขนาดเล็ก และมีเปลือกแบบเวียนซ้ายทั้งหมด ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับวิวัฒนาการของหอยมรกตแห่งเกาะตาชัยของนักวิทยาศาสตร์ข้อใดต่อไปนี้ที่ไม่สอดคล้องกับหลักการคัดเลือกตามธรรมชาติ
* นักวิทยาศาสตร์ ก สันนิษฐานว่า หอยแต่ละขนาดน่าจะมีแหล่งอาศัยอยุ่คนละพื้นที่กัน หอยขนาดเล็กน่าจะอาศัยอยู่บริเวณริมชายหาด ดังนั้นเมื่อเกิดการแยกตัวของแผนดิน หอยที่มีขนาดเล็กจึงถูกแยกกลุ่มประชากรออกจากหอยขนาดใหญ่
* นักวิทยาศาสตร์ ข สันนิษฐานว่า เนื่องจากเกาะตาชัยมีอาหารจำกัด ดังนั้นจึงทำให้หอยที่มีขนาดเล็ก กินน้อย มีโอกาสรอดมากกว่าหอยที่มีขนาดใหญ่
* นักวิทยาศาสตร์ ค ค้นพบงูกินหอยที่เกาะตาชัย จากการสังเกตพบว่าขากรรไกรของงูมีฟันด้านขวามากกว่าด้านซ้าย ดังนั้นจึงสันนิษฐานว่า การมีเปลือกแบบเวียนซ้ายน่าจะทำให้ผู้ล่าสามารถจับหอยได้ยากลำบากมากกว่ามีเปลือกแบบเวียนขวา
* นักวิทยาศาสตร์ ง สันนิษฐานว่า หอยมรกตที่มีขนาดใหญ่น่าจะสังเกตเห็นได้ง่ายมากกว่าขนาดเล็ก ดังนั้นจึงมีโอกาสถูกมองเห็นโดยผู้ล่าได้มากกว่า
* นักวิทยาศาสตร์ จ พบว่าสีของหอยขนาดเล็กจะมีจางคล้ายสีของทรายมากกว่าหอยขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงน่าจะพรางตัวบนผืนทรายได้ดีกว่าหอยขนาดใหญ่ซึ่งมีสีสด สังเกตเห็นได้ง่าย
## 28
ในเขตป่าร้อนชื้นมีสิ่งมีชีวิตจำพวกกบที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันอาศัยอยู่ร่วมกันจำนวนมาก ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลไกที่ป้องกันไม่ให้เกิดปรากฏการณ์ผสมพันธ์ุข้ามชนิด ดังที่มีโอกาสเกิดขึ้นในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิด
* กบแต่ละชนิดผสมพันธ์ุในพื้นที่ที่แตกต่างกันอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น บางชนิดผสมพันธ์ุในแหล่งน้ำขนาดเล็ก บางชนิดผสมพันธ์ุในหนองน้ำขนาดใหญ่
* กบแต่ละชนิดมีการส่งเสียงร้องเพื่อเกี้ยวพาราสีในลักษณะที่แตกต่างกัน
* กบแต่ละชนิดมีช่วงเวลาในการผสมพันธ์ุที่แตกต่างกัน
* กบแต่ละชนิดมีอวัยวะสืบพันธ์ุที่มีความแตกต่างกัน ดังนั้นจึงผสมพันธ์ุในลักษณะที่แตกต่างกันด้วย
* กบแต่ละชนิดมีสีที่ใช้ดึงดูดเพศตรงข้ามในลักษณะที่แตกต่างกัน
## 29
การเปลี่ยนแปลงแทนที่ (Succession) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้โดยปกติในระบบนิเวศ นักเรียนคิดว่าหลังจากเกิดไฟไหม้ป่าแล้ว สิ่งมีชีวิตกลุ่มใดต่อไปนี้คือสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกที่จะถือกำเนิดขึ้นในป่านั้น
* ปรง
* มอส
* เหียง
* หญ้าคา
* ไลเคน
## 30
ข้อใดต่อไปนี้อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงแทนที่ (Succession) ได้อย่างถูกต้องมากที่สุด
* การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในแหล่งน้ำ (Hydrosere) เป็นการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศจากระบบนิเวศบนบกค่อย ๆ กลายเป็นแหล่งน้ำ
* การเปลี่ยนแปลงแทนที่ที่ใช้เวลายาวนานที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ (secondary succession) เนื่องจากมีกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมาก
* การเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ ( secondary succession ) เกิดขึ้นเมื่อกลุ่มสิ่งมีชีวิตเดิมถูกทำลาย แต่ยังมีสารอินทรีย์ที่สิ่งมีชีวิตต้องการเหลืออยู่จึงเกิดเป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตใหม่
* สิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกในการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ (Primary succession) คือพืชกลุ่มหญ้า ซึ่งเป็นพืชขนาดเล็ก
* การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในแหล่งน้ำ (Hydrosere) เกิดจากการที่พืชขนาดใหญ่ค่อย ๆ ล้มตายเนื่องจากสภาพดินในป่ามีสารอาหารน้อย และมีความแข็งแรงต่ำจนไม่สามารถยึดรากพืชเดิมเอาไว้ได้
## 31
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับพืช C3 และ C4
* พืชส่วนใหญ่เป็นพืช C4 คือมีการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย Calvin Cycle เพียงอย่างเดียว
* พืช C3 มีโครงสร้างmesophyll cell 2 แบบ คือ palisade mesophyll และ spongy mesophyll
* พืช C3 คือพืชที่มีโครงสร้างภายในของใบที่เด่นชัดคือ จะมี bundle sheath cells ที่มีคลอโรพลาสต์ล้อมรอบกลุ่มท่อลำเลียง
* ข้าว จัดเป็น พืช C4 กลุ่มใหญ่ที่สุดในโลก
* พืช C3 คือพืชกลุ่มที่สามารถตรึงคาร์บอนไดออกไซต์ได้ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน
## 32
ข้อใดต่อไปนี้คือปัญหาสำคัญของพืชกลุ่ม C3
* เนื่องจากอยู่ในที่อากาศแล้งจึงต้องมีลำต้นอวบน้ำทำให้คายน้ำได้น้อยกว่าปกติ
* เนื่องจากต้องมีการตรึงคาร์บอนไดออกไซต์ถึง 2 ครั้ง ทำให้ต้องใช้พลังงานมากกว่าพืชกลุ่มอื่น ๆ ในกระบวนการ
* ต้องปิดปากใบเพื่อลดการคายน้ำ ในภาวะที่มีอากาศร้อนมาก ๆ
* ต้องตรึงอาหารทั้งกลางวันและกลางคืน การคายน้ำจึงสูงกว่าปกติ
* ตรึงอาหารได้เฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้นจึงขาดสารอาหารได้ง่าย
## 33
พิจารณาสิ่งมีชีวิตต่อไปนี้
ก ตั๊กแตน และ ปู อาศัยอยู่ในนาข้าว สิ่งมีชีวิตทั้ง 2 ชนิด มีอาหารเป็นข้าวในนาเหมือนกัน
ข นกเอี้ยง กับนกกระเต็นอาศัยอยู่ในทุ่งนา นกกระเต็นกินปลาในหนอง ส่วนนกเอี้ยงกินแมลงตัวเล็ก ๆ บนตัวของควาย
ค ต้นหญ้าที่อาศัยอยู่ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่
ง หนอนผีเสื้อที่อาศัยอยู่บนต้นไม้
* ข้อใดต่อไปนี้อธิบายความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในข้อ ก - ง ได้อย่างถูกต้อง
* ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ก =Amensalism ข = ง =Neutralism
* ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ง =Parasitism ข =Commensalism ค =Mutualism
* ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ก = Competition , ข =Neutralism ค = Amensalism
* ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ก = Competition ข = Neutralism ค =Mutualism
## 34
ข้อใดต่อไปนี้อธิบายการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตแบบพึ่งพา (Mutualism) ไม่ถูกต้อง
* ตัวอย่างของ Mutualism คือ การอยู่ร่วมกันของต้นไม้ที่ให้แหล่งอาศัยแก่กล้วยไม้ และกล้วยไม้ที่ให้ความชุ่มชื่นแก่ต้นไม้
* Mutualism คือ การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้มิฉะนั้นจะเสียประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
* ตัวอย่างของ Mutualism คือ การอยู่ร่วมกันของราที่ให้ความชุ่มชื้นและแร่ธาตุแก่สาหร่าย และสาหร่ายที่ให้อาหารแก่ราในไลเคน
* Mutualism คือ การอยู่ร่วมกันข้องสิ่งมีชีวิตที่ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ร่วมกัน
* Mutualism คือ การอยู่ร่วมกันข้องสิ่งมีชีวิตที่ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ได้แก่งแย่งทรพยากรซึ่งกันและกัน
## 35
หากนักวิทยาศาสตร์ต้องการฮอร์โมนออกซิน (Auxin) นักวิทยาศาสตร์ควรทำการสกัดฮอร์โมนดังกล่าวด้วยวิธีการใดต่อไปนี้
* สกัดจากเมล็ดพืช เนื่องจากฮอร์โมนชนิดนี้กระตุ้นการงอกของเมล็ด
* สกัดจากพืชเฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น เนื่องจากฮอร์โมนชนิดนี้ทำปฏิกิริยากับแสง
* กัดจากตาข้างของต้นพืชในเวลากลางคืน เนื่องจากฮอร์โมนชนิดนี้พบได้ในบริเวณตาข้าง และมีปฏิกิริยาต่อแสง
* สกัดจากเกสรตัวผู้ เนื่องจากฮอร์โมนชนิดนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการสืบพันธ์ของพืช
* สกัดจากปลายยอด และปลายรากของพืช เนื่องจากเป็นบริเวณที่พบฮอร์โมนชนิดนี้เป็นจำนวนมาก
## 36
จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้
ก จิบเบอเรลลิน (Gibberellins) เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการยืดตัวของพืช
ข ไซโตไคนิน (Cytokinins) เป็นฮอร์โมนที่ระงับการเจริญเติบโตของพืช ทำให้เกิดการเหี่ยว
ค ออกซิน (Auxin) เป็นฮอร์โมนที่พบมากบริเวณช่วงปลายยอด และปลายรากของพืช
จากข้อความข้างต้น ข้อใดต่อไปนี้อธิบายถูกต้องที่สุด
* ก ถูก ข ผิด ค ผิด
* ก ถูก ข ผิด ค ถูก
* ก ผิด ข ผิด ค ถูก
* อธิบายถูกต้องทุกข้อ
* อธิบายผิดทุกข้อ
## 37
ข้อใดต่อไปนี้อธิบายระบบอวัยวะภายในของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกได้อย่างถูกต้อง
* มีกระบวนการสืบพันธ์ุภายใน
* ระบบขับถ่ายและระบบสืบพันธ์ุแยกกัน
* สามารถแลกเปลี่ยนแก๊สได้ทั้งทางปอด และทางผิวหนัง
* ของเสียมียูริกเป็นองค์ประกอบหลัก
* มีไตขนาดเล็กคล้ายเม็ดถั่วเหมือนกับมนุษย์
## 38
โมเลกุลชนิดใดที่เป็นผลลัพธ์จากกระบวนการ Transcription
* mRNA
* DNA
* โปรตีน
* คาร์โบไฮเดรต
* rRNA
## 39
ข้อใดคือหน้าที่ของ นิวคลีโอลัส (Nucleolus)
* สังเคราะห์โปรตีน
* สร้างไรโบโซม (Ribosome)
* ย่อยสลายออแกเนล (Organelle)
* จำลองโครงสร้าง DNA
* สร้างคาร์โบไฮเดรต
## 40
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส (Meiosis)
* เป็นกระบวนการที่ใช้เพื่อการสืบพันธ์แบบไม่อาศัยเพศ (Asexual reproduction)
* มีการแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนของ DNA ระหว่าง Non-sister chromatid ในระยะ Prophase I
* เป็นกระบวนการแบ่งเซลล์อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อการเจริญเติบโตของเซลล์สืบพันธ์
* เกิดขึ้นเพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์ในมนุษย์ และสัตว์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างเซลล์สืบพันธ์ในพืช
* ถูกทุกข้อ
## 41
ข้อใดคือลำดับของการสังเคราะห์เอนไซม์ที่ถูกต้อง
* Translation --> Transcription --> DNA replication
* Transcription --> Translation --> Digestion
* Transcription --> Translation --> Condensation
* DNA replication --> ionic bonding --> Transcription
* DNA synthesis --> Protein folding --> Transcription
## 42
ฮอร์โมนชนิดใดต่อไปนี้เป็นส่วนประกอบของยาคุมกำเนิด (Contraceptive pill)
* Estrogen และ FSH
* FSH และ LH
* Estrogen และ Progesterone
* Testosterone และ Estrogen
* Adrenaline และ Testosterone
## 43
ข้อใดคือผลผลิตจากกระบวนการ Light dependent reaction จากการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช
* ATP, NADPH และ O2
* Glucose, FADH และ Rubisco
* H2O, NADPH และ ATP
* RuBP, Glyceraldehyde และ CO2
* RNA, NADPH และ ATP
## 44
พืช C~4~ คือพืชกลุ่มพืชที่มีการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ ที่บริเวณของมีโซฟิลเซลล์ (mesophyll cells) และบันเดิลชีทเซลล์ (Bubdle sheath cells) ที่มีการเรียงตัวกันอย่างหนาแน่น จากการปรับตัวของพืชกลุ่มนี้ทำให้มีความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ค่อนข้างสูง ภายในช่องว่างระหว่างเซลล์ภายในใบ อะไรคือประโยชน์ที่พืชได้รับจากโครงสร้างและการปรับตัวขอพืชกลุ่มนี้
* พืชสามารถลดอัตราการเกิด Respiration ทำให้ผลผลิตที่ได้เพิ่มมากขึ้น
* ป้องกันการเกิดปฏิกริยาระหว่าง RuBP กับออกซิเจน ซึ่งนำไปสู่การเกิด Photorespiration
* ลดอัตราการระเหยของน้ำออกทางปากใบ ในสภาวะที่มีอากาศร้อนชื้นได้
* ทำให้อัตราการเกิด Light dependent reaction สูงขึ้น นำไปสู่การสร้าง ATP ที่เพิ่มมากขึ้น
* เพิ่มการสร้าง NADPH และเพิ่มอัตราการเกิด Photolysis ระหว่างการเกิดการสังเคราะห์แสงได้
## 45
โครงสร้างใดต่อไปนี้พบได้ทั้งในสิ่งมีชีวิตกลุ่ม Prokaryote และ Eukaryote
* Chloroplast และ Mitochondria
* Nucleus และ Chromosome
* Golgi apparatus และ Endoplasmic reticulum
* Ribosome และ DNA
* Protein และ Nucleus
## 46
คำต่อไปนี้เป็นชื่อสารประกอบต่าง ๆ
ก. Peptidoglycan ข. Cellulose ค. Glycolipid
สารประกอบใดต่อไปนี้พบใน Cell wall ของสิ่งมีชีวิต
* ก, ข และ ค
* ข, ค
* ก
* ก, ข
* ค
## 47
ลำดับเบสใน DNA template strand คือ 5’AGCGATTTGGCTAAAGT 3’ ข้อใดคือลำดับเบสของ mRNA ที่ผ่านกระบวนการ Transcription จาก DNA ดังกล่าว
* 5’AGCGAUUUGGCTAAAGT 3’
* 3’UCGCUAAACCGAUUUCA 5’
* 3’TCGCTAAACCGATTTCA 5’
* 5’AGCGCCCGGCTAAAGT 3’
* 5’AGCGAAAAGGCTAAAGT 3’
## 48
การสร้าง ATP จากการ Oxidative phosphorylation เกิดขั้นที่ขั้นตอนใดในกระบวนการ Respiration
* Glycolysis
* Kreb cycle
* Electron transport chain
* Light independent reaction
* Acetyl co-A (link reaction
## 49
วิธีการใดใช้ในการเคลื่อนที่ของสารขนาดใหญ่ผ่านเข้าไปภายในเซลล์
* Exocytosis
* Facilitated diffusion
* Co-transport
* Endocytosis
* Simple diffusion
## 50
กระบวนการใดในวัฏจักรของ Nitrogen ที่ทำให้ธาตุ N ในซากพืชซากสัตว์ เปลี่ยนกลับไปสู่ N~2~
* Nitrification และ Decomposition
* Nitrification, Decomposition และ Denitrification
* Decomposition
* Nitrification
* Decomposition และ Denitrification
## 51.
ถ้านำกระดาษทึบแสงมาปิดช่วงครึ่งซ้ายของเลนส์ทำให้เกิดภาพของวัตถุบนฉาก ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง
* ภาพของวัตถุจะหายไป
* ภาพซีกซ้ายของวัตถุจะหายไป
* ภาพซีกขวาของวัตถุจะหายไป
* ภาพของวัตถุจะครบทุกส่วน
* ข้อมูลไม่เพียงพอ
## 52.
มุมวิกฤติต่อแสงในของเหลวชนิดหนึ่งมีค่าเท่ากับ 60 องศา ความยาวคลื่นแสงนั้นจะเป็นกี่เท่าของความยาวคลื่นแสงในอากาศ
* $\frac{{2}}{\sqrt3}$
* $\frac{{\sqrt3}}{2}$
* 2
* $\frac{{1}}{\sqrt3}$
* $\frac{{1}}{2}$
## 53.
เส้นด้ายปลายด้านหนึ่งผูกติดกับปลายของซ่อมเสียง ที่สั่นด้วยความถี่ 250 Hz ส่วนปลายอีกด้านหนึ่งผ่านลอกลื่นและมีมวลถ่วงให้ด้ายตึง เมื่อซ่อมเสียงสั่นปรากฏว่า เกิดคลื่นนิ่ง ดังรูป แสดงว่า ความเร็วคลื่นในเส้นด้ายมีค่าเท่าใด

* 50 m/s
* 100 m/l
* 150 m/s
* 200 m/s
* 250 m/s
## 54.
รถเริ่มแล่นจากจุดหยุดนิ่ง โดยมีความเร่งตามแสดงในกราฟ จงหาความเร็วของรถที่เวลา 30 วินาที

* 40 m/s
* 30 m/s
* 20 m/s
* 10 m/s
* 0 m/s
## 55.
นักกระโดดร่มมวล 65 กิโลกรัม ลงถึงพื้นด้วยการย่อตัวขณะยืดตัวขึ้น จุดศูนย์กลางมวลของร่างกายเขามีขนาดเป็นของความเร่ง 30 m/s^2^ แรงที่กระทำต่อเท้าของนักกระโดดร่มคนนี้เป็นเท่าใด
* 650 N
* 1,300 N
* 1950 N
* 2200 N
* 2600 N
## 56.
ในขณะที่แหล่งกำเนิดเสียงเคลื่อนที่ในอากาศนิ่งข้อความใดถูกต้อง
* ความยาวคลื่นเสียงที่อยู่อยู่ด้านหน้าแหล่งกำเนิดเสียงจะสั้นกว่าความยาวคลื่นเสียงที่อยู่ด้านหลังของแหล่งกำเนิด
* ความถี่เสียงที่จุดด้านหลังของแหล่งกำเนิดจะต่ำกว่าความถี่เสียงด้านหลังของแหล่งกำเนิด
* ความเร็วเสียงด้านหน้าแหล่งกำเนิดจะสูงกว่าความเร็วเสียงด้านหลังแหล่งกำเนิดเสียง
* ความเร็วเสียงด้านหน้าแหล่งกำเนิดจะต่ำกว่าความเร็วเสียงด้านหลังแหล่งกำเนิดเสียง
* ความยาวคลื่นเสียงที่อยู่อยู่ด้านหน้าแหล่งกำเนิดเสียงจะยาวกว่าความยาวคลื่นเสียงที่อยู่ด้านหลังของแหล่งกำเนิด
## 57.
ตามรูป นักปั่นจักรยานถีบจักรยานทำให้จานหมุนหนึ่งรอบในเวลา 2 วินาทีถ้า จาน A, จาน B และ ล้อหลัง C มีรัศมี 10 cm, 2.5 cm และ 35 cm ตามลำดับ จักรยาน จะวิ่งด้วยอัตราเร็วเท่าใด

* 1.1 m/s
* 3.1 m/s
* 4.4 m/s
* 6.3 m/s
* 7.4 m/s
## 58.
กดมวล 1 กิโลกรัมที่เคลื่อนที่ตามแนวดิ่ง ให้สปริงยุบลงไป 10 เซนติเมตร จากนั้นก็ปล่อยปรากฏว่า มวลถูกดีดให้ลอยสูงขึ้นเป็นระยะทาง 50 เซนติเมตรจากจุดที่ปล่อย จงหาค่าคงที่ของสปริง
* 8 N/m
* 10 N/m
* 800 N/m
* 100 N/m
* 60 N/m
## 59.
บั้งไฟบั้งหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ขึ้นตามแนวดิ่งด้วยความเร็ว 16 m/s เกิดระเบิดแตกออกเป็นสองส่วน โดยส่วนแรกมีมวล 12 kg เคลื่อนที่ตั้งฉากกับทิศทางเดิมด้วยอัตราเร็ว 16 m/s และปล่อยส่วนที่สอง มวล 4 kg จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าใด
* 90 m/s
* 80 m/s
* 70 m/s
* 60 m/s
* 50 m/s
## 60.
ถ้าแรงกระทำกับวัตถุหนึ่ง (ดังรูป) ในช่วงที่มีแรงกระทำนั้นจะทำให้วัตถุเปลี่ยนโมนเมนตัมไปเท่าใด

* 4.0 kg.m/s
* 6.0 kg.m/s
* 9.0 kg.m/s
* 12.0 kg.m/s
* 15.0 kg.m/s
## 61.
แผ่นโลหะขนานสองแผ่น วางห่างกันสม่ำเสมอ เป็นระยะ d แต่ละแผ่นมีประจุชนิดตรงข้าม เป็น +Q และ -Q ถ้าอนุภาคมวล m มีประจุไฟฟ้า -2q หลุดออกจากแผ่นลบและวิ่งด้วยความเร่ง 3g ไปยังแผ่นบวก แผ่นโลหะทั้งสองมีความต่างศักย์ไฟฟ้าเท่าไหร่
* $\frac{{2p}}{3mgd}$
* $\frac{{3mg}}{2qd}$
* $\frac{{3mg}}{3q}$
* $\frac{{2mgd}}{3q}$
* $\frac{{3mgd}}{2q}$
## 62.
จากรูปเมื่อก่อนปิดวงจรตัวเก็บประจุทั้งสามยังไม่มีประจุไฟฟ้าอยู่ภายในเลย เมื่อปิดวงจรและเมื่อเวลาผ่านไปนานพอสมควรพลังงานไฟฟ้าที่สะสม อยู่ในตัวเก็บประจุ C~1~ มีค่าเท่าใด
* 4.5x10^6^J
* 6.0x10^6^J
* 9.0x10^6^J
* 12.0x10^6^J
* 18.0z10^6^J
## 63.
มอเตอร์ไฟฟ้าของปั้นจั่นเครื่องหนึ่ง สามารถตึงมวล 150 kg ขึ้นไปในแนวดิ่งได้สูง 30 เมตร ในเวลา 1 นาที ถ้ามอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 1 กิโลวัต จงหาพลังที่สูญเสียไปเป็นความร้อนฝนการทำงาน
* 1.0x10^4^J
* 1.2x10^4^J
* 1.5x10^4^J
* 3.0x10^4^J
* 4.5x10^4^J
## 64.
เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องหนึ่ง กำลังทำงานด้วยอัตรา 88 กิโลวัตต์ ส่งกำลังไฟฟ้าผ่านสายไฟที่มีความต้านทาน 0.5 โอห์ม เป็นเวลา 5 วินาที ที่มีความต่างศักย์ 22,000 โวลต์ จงหาค่าพลังงานที่ศูนย์เสีย ในรูปพลังงานความร้อนของสายไฟ
* 8 J
* 20 J
* 40 J
* 80 J
* 100 J
## 65.
กัลลาวานอมิเตอร์เครื่องหนึ่ง ขณะที่ต่ออยู่กับวงจรตามรูป พบว่า เข็มชี้ตามสเกลพอดี เมื่อตัวนำต้านทานอีกตัวหนึ่ง ค่า 1500 โอห์ม มาต่อแบบอนุกรมให้กับวงจร พบว่า เข็มของมิเตอร์ชี้ที่ ของสเกล ถ้าแรงเคลื่อนไฟฟ้าเกิดจากเซลล์ที่มีความต้านทานภายในต่ำมาก และความต้านทานของกัลป์ลาวานอมิเตอร์น้อยมาก ตัวต้านทาน R มีค่าต้านทานเท่าไหร่

* 500 Ω
* 1000 Ω
* 1500 Ω
* 2,000 Ω
* 2,500 Ω
## 66.
นักบาสเก็ตบอลยิงลูกจากระยะในแนวราบ 5 เมตร ห่างจากห่วง ขณะที่ลูกเข้าห่วง พบว่า มีความเร็ว 10 m/s ทำมุม 60 องศา กับแนวราบจงหาเวลาที่ลูกบาสเกตบอลใช้ในการเคลื่อนที่มาถึงห่วงในหน่วยวินาที
* $\sqrt{2}$
* $\frac{\sqrt{3}}{2}$
* $\frac{2}{\sqrt{3}}$
* $\sqrt{3}$
* 1
## 67.
แขวนมวล 400 กิโลกรัม กับเส้นลวด โลหะชนิดหนึ่งยาว 10 เมตร มีพื้นที่หน้าตัด 2x 10^4^m^2^ เส้นลวดนี้จะยืดออกเป็นระยะเท่าใด
(ถ้ากำหนดให้ค่ายังโมดูลลัสของเส้นลวดนี้เป็น 2x10^11^ N/m^2^)
* 0.1 cm
* 0.2 cm
* 1.0 cm
* 2.0 cm
* 2.5 cm
## 68.
ขวดใส่ลูกกวาดทรงกระบอกใบหนึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 cm ลอยอยู่ในน้ำดังรูป จงคำนวณว่าขวดและลูกกวาดนี้มีมวลรวมกันเท่ากับเท่าใด

* 780 g
* 1,180 g
* 1,570 g
* 1,750 g
* 1,960 g
## 69.
ถ้าให้ความดันของก๊าซ ในกระบอกลูกสูบหนึ่งคงที่ และอุณหภูมิ ของก๊าซในกระบอกสูบ เปลี่ยน จาก 27 องศาเซลเซียส เป็น 77 องศาเซลเซียส อัตราส่วนของปริมาตรใหม่ต่อปริมาตรเดิม เป็นเท่าไหร่
* 0.3
* 0.9
* 1.2
* 2.3
* 3.5
## 70.
จะต้องใช้ความร้อนเท่าไหร่จึงจะทำให้ ก๊าซ ฮีเลียมจำนวน 1 โมล ที่บรรจุอยู่ในกระบอกสูบ แล้วทำให้ก๊าซนั้นทำให้ลูกสูบทำงาน 20 จูล และอุณหภูมิ เพิ่มขึ้น 10 เคลวิล
* 2.5 j
* 124.5 J
* 144.5 J
* 249.5 J
* 314.5
## 71.
อัตราเร็วของเสียงในอากาศนิ่งขึ้นอยู่กับข้อใด
* ความถี่ของการสั่นของแหล่งกำเนิด
* อุณหภูมิของอากาศ
* ความเร็วของแหล่งกำเนิดเสียง
* ความเข้มเสียง
* ความดันอากาศ
## 72.
สายกีตาร์เส้นมีจุดตรึง 2 จุด มีระยะห่าง 50 เซนติเมตร ถ้าดีดสายกีตาร์ให้เสียงมีความถี่หลัก 440 Hz จะต้องใช้นิ้วกดที่จุดซึ่งห่างจากจุด ตรึงข้าหนึ่งเป็นระยะทางเท่าใด จึงจะให้เสียงมีความถี่หลัก 550 Hz
* 6.3 cm
* 7.5 cm
* 10 cm
* 13 cm
* 15 cm
## 73.
กำหนดให้ความเข้มเสียงเป็นปฏิภาคโดยตรงกับกำลังสองของค่าอัมปลิจูด จงวิเคราะห์ว่าอัมปลิจูด จะแปรผันโดยตรงกับปริมาณในข้อใด ถ้า x คือ ระยะห่างจากแหล่งกำเนิดเสียง
* $\frac{{1}}{x^2}$
* $\frac{{1}}{x}$
* $x$
* $x^2$
* ${\sqrt{x}}$
## 74.
ข้อที่ 74.
ศักย์ไฟฟ้าของตัวนำทรงกลมรัศมี 60 เซนติเมตร มีค่า เท่ากับ 3x10^5^ โวลต์
ประจุไฟฟ้าในข้อใดที่ตัวนำทรงกลมสามารถเก็บได้
* 12 µC
* 18 µC
* 20 µC
* 24 µC
* 30 µC
## 75.
อนุภาคพลังงานจลน์เท่ากับในข้อใดที่วิ่งเข้าใกล้นิวเคลียสของยูเรเนียมและมีโอกาสเบี่ยงเบนไปจากแนวเดิมน้อยที่สุด
* โปรตอน
* แอลฟ่า
* แกรมม่า
* อิเล็คตรอน
* นิวตรอน
## 76.
ประเทศไทยและประเทศกัมพูชามีเวลามาตรฐานเดียวกัน นั้นหมายถึง 6.00 น. ที่กรุงเทพฯ ก็จะเป็นเวลา 6.00 น. ที่ปอยเปตเช่นกัน แม้ว่ากรุงเทพจะอยู่ในพิกัด13 องศา 45 ลิปดา เหนือ 100 องศา 31 ลิปดาตะวันออก ส่วนปอยเปต อยู่ที่ 13 องศา 39 ลิปดาเหนือ 102 องศา 34 ลิปดา ตะวันออก ทั้งนี้ในเวลาที่พระอาทิตย์ลับ ขอบฟ้าที่กรุงเทพฯพอดี พระอาทิตย์ที่ปอยเปตจะเป็นเช่นใด
* พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปพร้อมกัน
* พระอาทิตย์ จะลับขอบฟ้าในอีกประมาณ 8 นาที
* พระอาทิตย์ จะลับขอบฟ้าในอีกประมาณ 15 นาที
* พระอาทิตย์ ลับขอบฟ้าไปตั้งแต่ 8 นาทีที่แล้ว
* พระอาทิตย์ ลับขอบฟ้าไปแล้วตั้งแต่ 15 นาทีที่แล้ว
## 77.
วันครีษมายัน เป็นวันที่กลางวันยาวนานกว่ากลางคืนมากที่สุด และวันเหมายันนั้นเป็นวันที่กลางคืนยาวนาน ที่สุด ทั้งนี้วันทั้งสองจะตรงกันเกือบทุกปี ปรากฎการณ์นี้เป็นผลมาจากสิ่งใด
* โลกหมุนรอบตัวเองเร็วกว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์
* โลกหมุนรอบตัวเองทำมุม 23.5 องศากับการหมุนรอบดวงอาทิตย์
* โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี
* โลกมีดวงจันทร์หนึ่งดวงที่โคจรรอบโลกเร็วเท่ากับหมุนรอบตัวเอง
* โลกเป็นดาวเคราะห์ชั้นในของระบบสุริยะ
## 78.
ดาวที่เรามองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจะโชติมาตรปรากฎเท่ากับ 6 แต่ถ้าใช้กล้องส่องทางไกลจะมองเห็นดาวที่มี โชติมาตรปรากฎได้ถึง 10 ดาวที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่านั้นมีความสว่างกว่าดาวที่มองเห็นได้ด้วยกล้องส่อง ทางไกลกี่เท่า
* 0.4 เท่า
* 4 เท่า
* 40 เท่า
* 400 เท่า
* 4,000 เท่า
## 79.
หินในข้อใดต่อไปนี้แตกต่างจากข้ออื่น
* หินตะกอน
* หินอ่อน
* หินชีสต์
* หินไนท์
* ควอตไซต์
## 80.
การค้นพบว่ามีเปลือกหอยอยู่บนภูเขาในแถบภาคอีสานของไทยสะท้อนเรื่องใดต่อไปนี้
* พฤติกรรมการกินอาหารของสัตว์ดึกดำบรรณ
* สภาพภูมิอากาศที่รุนแรงเช่น ลมพายุที่รุนแรงในอดีต
* ลักษณะภูมิประเทศในอดีตที่แตกต่างกับปัจจุบัน
* การอพยบย้ายถิ่นฐานของสิ่งมีชีวิต
* สภาวะโลกร้อนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
## 81.
ข้อใดต่อไปนี้เป็นชื่อของแผ่นเปลือกโลกที่เกี่ยวกับวงแหวนไฟทั้งหมด
* แผ่นอเมริกาเหนือ แผ่นยูเรเชีย แผ่นออสเตรเลีย และ แผ่นสโคเทีย
* แผ่นอเมริกาเหนือ แผ่นยูเรเชีย แผ่นคอคอส และ แผ่นสโคเทีย
* แผ่นอเมริกาเหนือ แผ่นนาสคา แผ่นออสเตรเลีย และ แผ่นสโคเทีย
* แผ่นคอคอส แผ่นยูเรเชีย แผ่นออสเตรเลีย และ แผ่นสโคเทีย
* แผ่นอเมริกาเหนือ แผ่นยูเรเชีย แผ่นออสเตรเลีย และ แผ่นนาสคา
## 82.
นักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังทดลองเพื่อทดสอบว่าพืช 3 ชนิดคือ A, B และ C พืชชนิดใดมีอัตราการคายน้ำ (Rate of transpiration) ที่สูงที่สุด โดยเก็บตัวอย่างใบไม้มาเพื่อตรวจสอบพื้นที่ผิวของใบไม้ ความหนาแน่นของปากใบ (Stomata) และเส้นผ่านศูนย์กลางของปากใบ พบว่าค่าเหล่านี้มีความแตกต่างดังนี้คือ
| ชนิดของพืช | พื้นที่ผิวของใบไม้ (cm) | ความหนาแน่นของปากใบ (Number/mm^3^) | เส้นผ่านศูนย์กลางของปากใบ (mm) |
|:----------:|:-----------------------:|:----------------------------------:|:------------------------------:|
| A | 27 | 56 | 0.22 |
| B | 16 | 25 | 0.1 |
| C | 25 | 35 | 0.23 |
นักเรียนกลุ่มนี้ทำการทดลองต่อไปโดยใช้กระดาษชุบด้วยสารประกอบ Cobalt chloride ไปทาบที่บริเวณด้านล่างของใบ โดยสารประกอบนี้จะมีการเปลี่ยนสีจากสีน้ำเงิน ไปเป็นสีชมพู ถ้าหากมีการทำปฏิกิริยากับน้ำ จากนั้นทำการจับเวลาที่สารดับกล่าวจะมีการเปลี่ยนสี ได้ผลดังนี้คือ

จากข้อมูลดังกล่าว สามารถสรุปผลการทดลองได้อย่างไร
* พืช A, B และ C มีอัตราการคายน้ำที่แตกต่างกัน โดยพืช B เป็นพืชที่มีอัตราการคายน้ำสูงที่สุด เนื่องจากมีความหนาแน่นของปากใบน้อยที่สุด และใช้เวลาในการเปลี่ยนสีของ Cobalt chloride นานที่สุด
* Cobalt chloride มีผลต่ออัตราการคายน้ำของพืช A เพียงชนิดเดียวเท่านั้น ทำให้มีการเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็วที่สุดในพืชกลุ่มนี้
* พืช A มีอัตราการคายน้ำที่สูงที่สุด เนื่องจากมีความหนาแน่นของปากใบที่สูงที่สุด รวมถึงใช้เวลาการเปลี่ยนสีของ Cobalt chloride รวดเร็วที่สุด
* พืช A และ C มีอัตราการคายน้ำเท่ากันเนื่องจากมีขนาดพื้นที่ผิวของใบ และเส้นผ่านศูนย์กลางของปากใบที่ใกล้เคียงกัน
* พืช C มีอัตราการคายน้ำที่ต่ำที่สุด เนื่องจากมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของปากใบที่มากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับพืชชนิดอื่น
## 83.
ข้อความต่อไปนี้ใช้ในคำตอบคำถาม 83-85
ต้องการทดสอบว่าแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO~2~) มีความจำเป็นต่อการสังเคราะห์แสงของพืชหรือไม่ โดยนำต้นไม้มาปลูกที่อุณภูมิห้อง ในที่มืดเป็นเวลา 5 วัน จากนั้นย้ายพืช ไปปลูกสัมผัสกับแสงไฟที่ปริมาณความเข้มของแสงเท่ากัน และเปรียบเทียบการทดลอง 2 กลุ่ม คือกลุ่มทดลองคือกลุ่มที่พืชได้รับ (CO~2~) และกลุ่มคือไม่ได้รับเป็นกลุ่มควบคุม โดยอาศัยการปลูกพืชในฝาครอบแก้วที่มีสารละลาย KOH เพื่อใช้ในการดูดซับ CO~2~ เป็นเวลา 10 วัน นำสารละลายไอโอดีนมาหยดลงบนใบไม้ โดยการทดสอบดังกล่าวใช้เพื่อทดสอบแป้ง (Starch) ที่ได้ปฎิกิริยา Condensation ระหว่างโมเลกุลของสารกลูโคส เพื่อทดสอบการสังเคราะห์แสงที่เกิดขึ้นในพืช
เพราะเหตุใดทดลองดังกล่าว จึงไม่สามารถยืนยันข้อสมมุติฐานที่ว่า CO~2~ เป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อการสังเคราะห์แสงได้
* เนื่องจาก CO~2~ ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการสังเคราะห์แสงในพืช แต่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการสังเคราะห์แสดงเพียงเฉพาะ เมื่อขาดแสง และน้ำเท่านั้น
* การทดสอบแป้งด้วยสารละลายไอโอดีน ไม่สามารถยืนยันการเกิดสังเคราะห์แสงขึ้นได้ เนื่องจากผลผลิตของการสังเคราะห์แสงคือน้ำตาลกลูโคส ไม่ใช่แป้ง
* คลอโรฟิลล์บดบังการเปลี่ยนแปลงสีของสารละลายไอโอดีนกับแป้งที่สะสมในใบไม้ จึงจำเป็นต้องทำการสกัดคลอโรฟิลล์ด้วยเอทานอล ก่อนที่จะทำการทดสอบดังกล่าว
* ผลการทดลองที่เกิดขึ้นในการทดลองทั้ง 2 ชุดไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ เพราะระยะเวลาที่ใช้ในการทดลองไม่เท่ากัน
* ถูกทั้งข้อ ข. และ ค.
## 84.
ข้อความต่อไปนี้ใช้ในคำตอบคำถาม 83-85
ต้องการทดสอบว่าแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO~2~) มีความจำเป็นต่อการสังเคราะห์แสงของพืชหรือไม่ โดยนำต้นไม้มาปลูกที่อุณภูมิห้อง ในที่มืดเป็นเวลา 5 วัน จากนั้นย้ายพืช ไปปลูกสัมผัสกับแสงไฟที่ปริมาณความเข้มของแสงเท่ากัน และเปรียบเทียบการทดลอง 2 กลุ่ม คือกลุ่มทดลองคือกลุ่มที่พืชได้รับ (CO~2~) และกลุ่มคือไม่ได้รับเป็นกลุ่มควบคุม โดยอาศัยการปลูกพืชในฝาครอบแก้วที่มีสารละลาย KOH เพื่อใช้ในการดูดซับ CO~2~ เป็นเวลา 10 วัน นำสารละลายไอโอดีนมาหยดลงบนใบไม้ โดยการทดสอบดังกล่าวใช้เพื่อทดสอบแป้ง (Starch) ที่ได้ปฎิกิริยา Condensation ระหว่างโมเลกุลของสารกลูโคส เพื่อทดสอบการสังเคราะห์แสงที่เกิดขึ้นในพืช
จากข้อ 83 ข้อใดคือตัวแปรต้น (Independent variable และตัวแปรควบคุมในการทดลองดังกล่าว
* | ตัวแปรต้น | ตัวแปรควบคุม |
|:--------:|:------------:|
| อุณหภูมิ | อุณหภูมิ |
* | ตัวแปรต้น | ตัวแปรควบคุม |
|:---------:|:------------: |
| CO~2~ | ความเข้มข้นของแสง |
* | ตัวแปรต้น | ตัวแปรควบคุม |
|:---------:|:------------:|
| อุณหภูมิ | การสังเคราะห์แสง |
* | ตัวแปรต้น | ตัวแปรควบคุม |
|:---------:|:------------:|
| ช่วงเวลาที่ทดลอง | ปริมาณน้ำ |
* | ตัวแปรต้น | ตัวแปรควบคุม |
|:---------:|:------------:|
| CO~2~ | การสังเคราะห์แสง |
# 85.
ข้อความต่อไปนี้ใช้ในคำตอบคำถาม 83-85
ต้องการทดสอบว่าแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO~2~) มีความจำเป็นต่อการสังเคราะห์แสงของพืชหรือไม่ โดยนำต้นไม้มาปลูกที่อุณภูมิห้อง ในที่มืดเป็นเวลา 5 วัน จากนั้นย้ายพืช ไปปลูกสัมผัสกับแสงไฟที่ปริมาณความเข้มของแสงเท่ากัน และเปรียบเทียบการทดลอง 2 กลุ่ม คือกลุ่มทดลองคือกลุ่มที่พืชได้รับ (CO~2~) และกลุ่มคือไม่ได้รับเป็นกลุ่มควบคุม โดยอาศัยการปลูกพืชในฝาครอบแก้วที่มีสารละลาย KOH เพื่อใช้ในการดูดซับ CO~2~ เป็นเวลา 10 วัน นำสารละลายไอโอดีนมาหยดลงบนใบไม้ โดยการทดสอบดังกล่าวใช้เพื่อทดสอบแป้ง (Starch) ที่ได้ปฎิกิริยา Condensation ระหว่างโมเลกุลของสารกลูโคส เพื่อทดสอบการสังเคราะห์แสงที่เกิดขึ้นในพืช
การทดลองเรื่องการสังเคราะห์แสง นอกจากการทดสอบในเชิงคุณภาพจากการเปลี่ยนสีของสารละลายไอโอดีน ยังสามารถวัดได้เชิงปริมาณ ด้วยการคำนวณหาอัตราการเกิดปฏิกิริยา จากการวัดปริมาณแก๊สออกซิเจนที่เกิดขึ้น สังเกต และนับจำนวนฟองแก๊สที่เกิดขึ้นต่อเวลาที่เกิดขึ้น หรืออาจทำได้ด้วยใช้เครื่องมือวัดปริมาตรที่มีสเกล มาใช้ในการตรวจสอบปริมาณแก๊สออกซิเจนที่สร้างขึ้น โดยจับเวลาในการทดลองแต่ละครั้งในหนึ่งนาที ข้อความใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการทดลองดังกล่าว
ก. การทดลองดังกล่าว อาจไม่นำไปสู่ผลการทดลองที่ถูกต้อง และน่าเชื่อถือเพียงพอ เนื่องจากจำนวน และขนาดของฟองแก๊สอาจไม่เท่ากันในการทดลองแต่ละครั้ง
ข. การวัดปริมาตรแก๊สจากเครื่องมือวัด สามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับการนับจำนวนฟองแก๊สออกซิเจน
ค. ปริมาตรแก๊สออกซิเจนที่เกิดขึ้น สามารถใช้ในการวัดอัตราการเกิดการสังเคราะห์แสงได้ เนื่องจากสามารถสะท้อนถึงอัตราสารตั้งต้นที่ลดลง และผลผลิตที่เพิ่มขึ้น เพราะแก๊สดังกล่าวทำปฏิกิริยากับกลูโคส ที่เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์แสง
ง. ปริมาตรแก๊สออกซิเจนที่เกิดขึ้น สามารถใช้ในการวัดอัตราการเกิดการสังเคราะห์แสงได้ เนื่องจากแก๊สดังกล่าวเป็นผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการทำปฏิกิริยา ระหว่าง CO~2~ และน้ำที่เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์แสง
* ก,ข,ค
* ข,ค
* ค
* ง
* ก,ง
## 86.
ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อตอบคำถามข้อ 86-88
ทีมวิจัยกำลังรวมกลุ่มกันทำวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของยาปฏิชีวนะ ต่อการต่อต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิด A โดยนักวิจัย โดยได้ทำการสกัดสารปฏิชีวนะจากเชื้อราชนิด B, C และ D โดยกำหนดอุณหภูมิให้มีค่าที่แตกต่างกัน เพื่อหาสภาพที่เหมาะสม และดีที่สุดในการสังเคราะห์ยาปฏิชีวนะ เพื่อการผลิตยาในเชิงอุตสาหกรรมต่อไปดังตารางต่อไป

เมื่อได้สภาวะที่เหมาะสมจึงทำการผลิตยาปฏิชีวนะ และนำไปทดสอบใช้กับแบคทีเรียชนิด A ในจานเพาะเชื้อ (Petri-dish) เพื่อทดสอบว่าแบคทีเรียชนิดใดที่มีประสิทธิภาพที่สูงที่สุดในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย โดยนำยาปฏิชีวนะแต่ละชนิดไปทดสอบไปชุบกับแผ่นกระดาษขนาดเล็ก (Disc -paper) และนำไปวางทาบลงบนเชื้อแบคทีเรียชนิด A เป็นเวลา โดยวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของ Clear zone ที่เกิดขึ้นดังภาพ

ทีมวิจัยดังกล่าว ได้ทำการสรุปผลการทดลองดังนี้
ก. ยาปฏิชีวนะ B มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิด A เนื่องจากมีบริเวณของ Clear zone ที่กว้างที่สุด
ข. อุณหภูมิสูงที่เหมาะสมในการทำงานของเอนไซม์เพื่อควบคุมกระบวนการ metabolism ของเชื้อราชนิด B และ C คือ 36 oC
ค. ยาปฏิชีวนะ D ไม่มีประสิทธิภาพในการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิด A เนื่องจากต้องการอุณหภูมิสูง เกิน 25 oC เพื่อกระตุ้นการสังเคราะห์ผลผลิตจากเชื้อราชนิด D
ง. Clear zone ที่เกิดขึ้น เนืองจากแบคทีเรียมีความสามารถในการต้านทานยาปฏิชีวนะดังกล่าวได้
การสรุปผลการทดลองข้อใดต่อนี้ผิด
* ก, ข
* ก, ค
* ข, ค
* ก, ง
* ค, ง
## 87.
ข้อที่ 87.
ทีมวิจัยกำลังรวมกลุ่มกันทำวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของยาปฏิชีวนะ ต่อการต่อต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิด A โดยนักวิจัย โดยได้ทำการสกัดสารปฏิชีวนะจากเชื้อราชนิด B, C และ D โดยกำหนดอุณหภูมิให้มีค่าที่แตกต่างกัน เพื่อหาสภาพที่เหมาะสม และดีที่สุดในการสังเคราะห์ยาปฏิชีวนะ เพื่อการผลิตยาในเชิงอุตสาหกรรมต่อไปดังตารางต่อไปนี้

เมื่อได้สภาวะที่เหมาะสมจึงทำการผลิตยาปฏิชีวนะ และนำไปทดสอบใช้กับแบคทีเรียชนิด A ในจานเพาะเชื้อ (Petri-dish) เพื่อทดสอบว่าแบคทีเรียชนิดใดที่มีประสิทธิภาพที่สูงที่สุดในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย โดยนำยาปฏิชีวนะแต่ละชนิดไปทดสอบไปชุบกับแผ่นกระดาษขนาดเล็ก (Disc -paper) และนำไปวางทาบลงบนเชื้อแบคทีเรียชนิด A เป็นเวลา โดยวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของ Clear zone ที่เกิดขึ้นดังภาพ

ทีมวิจัยยาปฏิชีวนะได้ทำการทดลองต่ออีกขั้นตอน และทำการทดลองต่อ โดยทำการฉายรังสีนิวเคลียร์กับแบคทีเรีย A พบว่ายาทั้ง 3 ชนิด ที่สกัดได้จากเชื้อรา B, C และ D ไม่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย A ได้ ข้อใดมีความเป็นไปได้มากที่สุดในการอธิบายผลการทดลองนี้
* รังสีนิวเคลียร์กระตุ้นแบคทีเรีย A ให้มีการสร้างภูมิคุ้มกัน (Immunity)และมีการสร้าง antibody ในปริมาณที่สูงขึ้น จนกระทั่งเกิดกลไกการดื้อยา และสามารถต่อต้านยาปฏิชีวนะ ที่ได้จากเชื้อราทั้ง 3 ชนิดได้
* แบคทีเรีย A สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของผนังเซลล์ ให้มีความแข็งแรงมากขึ้น จนทำให้ยาปฏิชีวนะไม่สามารถผ่านเข้าไปในเซลล์ได้
* รังสีนิวเคลียร์ เร่งอัตราการผ่าเหล่า (mutation) ต่อยีนของแบคทีเรีย A ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงลำดับรหัสของกรดอะมิโน (amino acid sequence) เป็นโปรตีนชนิดใหม่ที่ต่อต้านการทำงานของยาปฏิชีวนะ
* แบคทีเรียชนิด A เกิดการเปลี่ยนแปลงทางระดับเซลล์ เมื่อได้รับรังสีนิวเคลียร์ โดยมีการปรับเปลี่ยนการจัดเรียงตัวของลำดับกรดไขมัน จนมีโครงสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
* ถูกทั้งข้อ 1. และ 3
## 88.
ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อตอบคำถามข้อ 86-88
ทีมวิจัยกำลังรวมกลุ่มกันทำวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของยาปฏิชีวนะ ต่อการต่อต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิด A โดยนักวิจัย โดยได้ทำการสกัดสารปฏิชีวนะจากเชื้อราชนิด B, C และ D โดยกำหนดอุณหภูมิให้มีค่าที่แตกต่างกัน เพื่อหาสภาพที่เหมาะสม และดีที่สุดในการสังเคราะห์ยาปฏิชีวนะ เพื่อการผลิตยาในเชิงอุตสาหกรรมต่อไปดังตารางต่อไปนี้

เมื่อได้สภาวะที่เหมาะสมจึงทำการผลิตยาปฏิชีวนะ และนำไปทดสอบใช้กับแบคทีเรียชนิด A ในจานเพาะเชื้อ (Petri-dish) เพื่อทดสอบว่าแบคทีเรียชนิดใดที่มีประสิทธิภาพที่สูงที่สุดในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย โดยนำยาปฏิชีวนะแต่ละชนิดไปทดสอบไปชุบกับแผ่นกระดาษขนาดเล็ก (Disc -paper) และนำไปวางทาบลงบนเชื้อแบคทีเรียชนิด A เป็นเวลา โดยวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของ Clear zone ที่เกิดขึ้นดังภาพ

นอกจากอุณหภูมิ ปัจจัยใดบ้าง ที่จำเป็นต้องคำนึงถึง ในการเพาะเลี้ยงเชื้อราจากถังหมักชีวภาพ และการสกัดสารปฏิชีวนะจากเชื้อราดังกล่าว เพื่อให้เกิดความคุ้มทุน และประสิทธิภาพมากที่สุด
ก. pH และ ปริมาณออกซิเจน
ข. อุณหภูมิ และ ค่าความเค็มของสารละลาย
ค. ค่าความเข้มข้นของแสง และความหนืดของสารอาหาร
ง. ความเข้มข้น และชนิดของสารอาหารที่ใช้เพาะเลี้ยง
* ก, ข
* ข, ค
* ค
* ค, ง
* ก, ง
## 89.
ปฎิกิริยาระหว่างโบรเมตไอออน (BrO~3~)และโบรไมด์ไอออน (Br)ในสารละลายกรด เขียนได้ดังนี้
BrO~3~(aq) + 5Br (aq)+6H^+^(aq)- - >3Br~2~(aq)+3H~2~O(I)
ได้ผลการทดลองดังนี้

อัตราการเกิดสีส้มของ Br2 ในการทดลองที่ 1 มีค่าเท่าใด
* 0.00125
* 0.00624
* 0.0104
* 0.0173
* 0.0183
## 90.
จากตารางผลการทดลองในข้อที่ 89 สมการกฎอัตรามีค่าตามข้อใด (โดย k = ค่าคงที่อัตราการเกิดปฏิกิริยา)

* rate = k[BrO~3~][Br][H^+^]
* rate = k[BrO~3~][Br][H^+^]^2^
* rate = k[BrO~3~][Br]^6^[H^+^]^6^
* rate = k[BrO~3~][Br]^2^[H^+^]
* rate = k[BrO~3~]^2^[Br][H^+^]
## 91.
การย่อยสลายของ ไนโตรซิลโบรไมด์ (NOBr) เป็นดังสมการ
NOBr(g)--> NO (g) + $\frac{{1}}{2}$ Br~2~ (g)
พบว่าการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของ NOBr เป็นฟังก์กับเวลา (t) ในหน่วยนาที ดังสมการ
$\frac{{1}}{NOBr}$= 50+48t
ต้องใช้เวลากี่นาที NOBr จึงจะย่อยสลายไปร้อยละ 90 ของความเข้มข้นเริ่มต้น
* 4.6875
* 9.3750
* 9,500
* 10.000
* 9.7500
## 92.
| หลอดที่ | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 |
| -------- |:-------------------------------:| --- | --- | --- | --- | --- |
| บรรจุสาร | AgNO~3~ (aq)10 am^3^ 1mol/dm^3^ | BaCI~2~ (aq)10 am^3^ 1mol/dm^3^ | Na~2~CO~3~ (aq)10 am^3^ 1mol/dm^3^ |HCI (aq)10 am^3^ 1mol/dm^3^ |H~2~SO~4~ (aq)10 am^3^ 1mol/dm^3^ | Zn (s) 0.13g |
| การทดลอง | เติมสารจากหลอดที่ 4. 5 cm^3^ เกิดตะกอนขาว | เติมสารจากหลอดที่ 5. 5 cm^3^ เกิดตะกอนขาว | เติมสารจากหลอดที่ 4.5 cm^3^ เกิดฟองแก๊ส |เติมสารจากหลอดที่ 6 เกิดฟองแก๊ส | | |
การทดลองในข้อใดจัดเป็นระบบปิด
* หลอดที่ 1 และ 2 เท่านั้น
* หลอดที่ 1, 2, 3 และ 4
* หลอดที่ 3 และ 4 เท่านั้น
* หลอดที่ 2 และ 3 เท่านั้น
* หลอดที่ 2 และ 4 เท่านั้น
## 93.
| หลอดที่ | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 |
| -------- |:-------------------------------:| --- | --- | --- | --- | --- |
| บรรจุสาร | AgNO~3~ (aq)10 am^3^ 1mol/dm^3^ | BaCI~2~ (aq)10 am^3^ 1mol/dm^3^ | Na~2~CO~3~ (aq)10 am^3^ 1mol/dm^3^ |HCI (aq)10 am^3^ 1mol/dm^3^ |H~2~SO~4~ (aq)10 am^3^ 1mol/dm^3^ | Zn (s) 0.13g |
| การทดลอง | เติมสารจากหลอดที่ 4. 5 cm^3^ เกิดตะกอนขาว | เติมสารจากหลอดที่ 5. 5 cm^3^ เกิดตะกอนขาว | เติมสารจากหลอดที่ 4.5 cm^3^ เกิดฟองแก๊ส |เติมสารจากหลอดที่ 6 เกิดฟองแก๊ส | | |
การทดลองในหลอดที่ 2 มีตะกอนของ เกิดขึ้นกี่กรัม และ เหลืออยู่ในสารละลายมีความเข้มข้นเท่าใด
* 0.59g และ 0.005mol/dm^3^
* 0.59g และ 0.33mol/dm^3^
* 1.17g และ 0.005mol/dm^3^
* 1.17g และ 0.33mol/dm^3^
* 1.17g และ 0.033mol/dm^3^
## 94.
| หลอดที่ | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 |
| -------- |:-------------------------------:| --- | --- | --- | --- | --- |
| บรรจุสาร | AgNO~3~ (aq)10 am^3^ 1mol/dm^3^ | BaCI~2~ (aq)10 am^3^ 1mol/dm^3^ | Na~2~CO~3~ (aq)10 am^3^ 1mol/dm^3^ |HCI (aq)10 am^3^ 1mol/dm^3^ |H~2~SO~4~ (aq)10 am^3^ 1mol/dm^3^ | Zn (s) 0.13g |
| การทดลอง |เติมสารจากหลอดที่ 4. 5 cm^3^ เกิดตะกอนขาว | เติมสารจากหลอดที่ 5. 5 cm^3^ เกิดตะกอนขาว | เติมสารจากหลอดที่ 4.5 cm^3^ เกิดฟองแก๊ส |เติมสารจากหลอดที่ 6 เกิดฟองแก๊ส | | |
การทดลองในหลอดที่ 4 มีฟองแก๊ส H~2~ เกิดขึ้นกี่ลูกบาศก์เดซิเมตร ที่ STP และกรด HCl ที่เหลืออยู่ในสารละลาย มีความเข้มข้นเท่าใด
* 0.02g และ 0.001mol/dm^3^
* 0.04g และ 0.001mol/dm^3^
* 0.02 และ 0.6mol/dm^3^
* 0.4g และ 0.6mol/dm^3^
* 0.06g และ 0.6mol/dm^3^
## 95.
ลูกบาศก์ลูกหนึ่งสูงด้านละ 10 ± 0.1 cm ปริมาตรของลูกบาศก์นี้จะมีความคลาดเคลื่อนมากที่สุดกี่เปอร์เซ็น
* 0.1%
* 1 %
* 3%
* 4%
* 5%
## 96.
จากเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดแผ่นดินไหวที่มีขนาดเกิน 8.5 ได้ผลดังนี้
| ช่วงปี | จำนวนครั้ง |
| ------ | ---------- |
|1501-1600 | 1 |
|1601-1700 | 4 |
|1701-1800 | 8 |
|1801-1900 | 7 |
|1901-2000 | 10 |
|2001-ปัจจุบัน| 9 |
จากการรวบรวมผลดังกล่าวข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
* การเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุก 100 ปี
* ข้อมูลนี้สรุปไม่ได้เพราะการเก็บข้อมูลในอดีตยังไม่เป็นระบบ
* การเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงมีความถี่น้อยกว่า 1 ครั้งต่อ 10 ปี
* การเกิดแผ่นดินไหวในช่วงหลังปี 1900 มีความรุนแรงมากขึ้น
* สภาพแวดล้อมธรรมชาติของโลกถูกทำลายไปมาก
## 97.
ในกลางปี 2562 ได้มีรายงานการศึกษาพบทวีปใหม่ชื่อ เกรตเทอร์ เอเดรีย ขนาดประมาณเกาะกรีนแลนด์ อยู่บริเวณยุโรปตอนล่างแถบอิตาลี และ ทะเลเอเดรียติก โดย เกรตเทอร์ เอเดรีย นั้นมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดเทือกเขาแอลป์ และเทือกเขาแอเพนไนน์ ในการทำให้เกิดเทือกเขาแอลป์ และเทือกเขาแอเพนไนน์นั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับปรากฎการณ์ใด
* แผ่นเปลือกโลกแคริบเบียนเข้าชนกับทวีปเกรตเทอร์ เอเดรีย
* ทวีปเกรตเทอร์ เอเดรีย เข้าเสียดสีกับแผ่นเปลือกโลกอาหรับ
* แผ่นเปลือกโลกไอเบอเรีย แยกจากตัวออกจากทวีปเกรตเทอร์ เอเดรีย
* ทวีปเกรตเทอร์ เอเดรียได้แยกตัวออกจากทวีปกอนด์วานา
* ทวีปเกรตเทอร์ เอเดรียได้ชนแล้วมุดตัวลงใต้ทวีปยูเรเชีย
## 98.
ในปี 2547 ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในมหาสมุทรอินเดียโดยมีความรุนแรง 9.2 สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างทั้งอินโดนีเซีย ศรีลังกา อินเดีย รวมถึงประเทศไทย มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 180,000 คน ทั้งนี้นับได้ว่าเป็นการเกิดแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงมากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ตามที่ได้มีการบันทึกข้อมูลไว้ ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสึนามิ
* คลื่นสึนามินั้นจะปรากฎให้เห็นได้ในระยะใกล้ฝั่งเท่านั้น
* นอกจากแผ่นดินไหวแล้วคลื่นสึนามิอาจจะเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่น แผ่นดินถล่ม ขนาดใหญ่
* ลมพายุไม่สามารถทำให้เกิดสึนามิได้เพราะทำให้เกิดคลื่นในระดับผิวน้ำเท่านั้น
* คลื่นสึนามิโดยมากแล้วจะเกิดจากแผ่นดินไหวเกิดจากการยุบตัวของแผ่นเปลือกโลก
* คลื่นสึนามิเป็นการเคลื่อนที่ของมวลน้ำที่ย้ายจากจุดเกิดเหตุเข้าสู่ฝั่ง
## 99.
จากข้อมูลต่อไปนี้
| ดาว | มุมพารัลแลกซ์ (ฟิลิปดา) | โชติมาตรปรากฎ (Apparent magnitude) |
| --- | ------------------ | -------------------------- |
| A | 0.01 | 0 |
| B | 0.01 | -1 |
| C | 0.10 | -1 |
| D | 0.10 | -2 |
ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด
* ดาวที่ใกล้โลกที่สุดห่างจากดาวที่อยู่ไกลโลกที่สุด 90 พาร์เซก
* ดาว B มีโชติมาตรสมบูรณ์สูงกว่าดาว C
* ดาวที่อยู่ไกลโลกมีโชติมาตรสมบูรณ์ต่ำกว่าดาวที่อยู่ใกล้
* ดาวที่มีโชติมาตรปรากฏสูงที่สุดเป็นดาวที่มีโชติมาตรสมบูรณ์ต่ำที่สุด
* มีดาวที่มีโชติมาตรสมบูรณ์เท่ากัน
## 100.
ยาน Voyager 2 นั้นได้ออกไปสำรวจอวกาศตั้งแต่ปี ค.ศ. 1977 และพึ่งออกนอกระบบสุริยะไปเมื่อปี ค.ศ. 2019 นักวิทยาศาสตร์รู้ได้อย่างไรว่ายาน Voyager 2 นั้นหลุดจากระบบสุริยะแล้ว
* คำนวณจากระยะทางตั้งแต่การยิงยานอวกาศออกไป
* จุดที่แรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ไปไม่ถึงตัวยาน
* ยานเคลื่อนที่เลยดาวบริวารของดวงอาทิตย์ดวงสุดท้าย
* ยานได้เคลื่อนที่ออกไปเป็นเวลา 42 ปี
* ยานมาถึงจุดที่แรงจากคลื่นสุริยะของดวงอาทิตย์ มีขนาดเท่ากับแรงจากภายนอกที่ดันเข้ามา